Close
title
f
title
แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 1
Chiangmai 1 Highways District
วิสัยทัศน์ : มุ่งมั่นพัฒนาองค์กรให้ก้าวทันกับความต้องการของผู้ใช้ถนน ทั้งความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ความพึงพอใจ ตามหลักวิศวกรรม
 
ข่าวสารทางหลวง
title
กรมทางหลวง เชิญชวนผู้สนใจร่วมการประชุมทางวิชาการนานาชาติวิศวกรรมงานทาง ครั้งที่ 5 “ครั้งแรกของประเทศไทยกับการร่วมมือระดับนานาชาติที่รวบรวมนวัตกรรมงานทาง” โดยสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรี

กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ร่วมกับ สมาคมทางหลวงแห่งประเทศไทย ร่วมกันจัดงานการประชุมทางวิชาการนานาชาติวิศวกรรมงานทาง ครั้งที่ 5 : The 5th International Conference on Highway Engineering ( iCHE 2024 ) ภายใต้แนวคิด Future - proofing Roads for Asia and Beyond ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 4 - 6 กันยายน 2567 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล รองอธิบดีกรมทางหลวง ในฐานะประธานจัดงานการประชุม ทางวิชาการนานาชาติวิศวกรรมงานทาง ครั้งที่ 5 เปิดเผยว่า งานในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางด้านวิชาการจากพันธมิตรทางด้านวิศวกรรมงานทางทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยได้เชิญวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านระบบการขนส่งทางหลวง สถาบันการศึกษา ผู้นำด้านอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการมาร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมงานทาง รวมถึงส่งเสริมการเผยแพร่ผลงานที่สำเร็จจากการวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในมิติต่าง ๆ เพื่อพัฒนาและปรับปรุงรูปแบบของการคมนาคมขนส่งบนทางหลวงในอนาคตอย่างยั่งยืน ซึ่งภายในงานนี้มีกิจกรรมที่น่าสนใจหลากหลายรูปแบบ อาทิ- การปาฐกถาพิเศษ Green Roads for All : การสร้างโครงสร้างพื้นฐานของถนนที่เท่าเทียมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน- การประชุมเชิงเทคนิคและปฏิบัติการ การสัมมนานานาชาติ และการแสดงนิทรรศการ ภายใต้หัวข้อA : การจัดการด้านงานทางที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุม และปลอดภัยB : การเดินทางอัจฉริยะ เทคโนโลยีดิจิทัล และนวัตกรรมสำหรับงานทางC : ความยั่งยืนและความยืดหยุ่นของเครือข่ายงานทาง ทั้งนี้ กรมทางหลวง ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานโดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ที่ https://www.iche2024.com หรือสอบถามข้อมูลทางโทรศัพท์ 0 - 2206 - 3789 และ อีเมล์ contact@iche2024.com ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
title
ทล.เตรียมเปิดการจราจรถนนแจ้งวัฒนะ 2 ทุ่ม คืนนี้ หลังซ่อมแซมจุดทรุดตัวแล้วเสร็จ พร้อมเตรียมแผนตรวจสอบโพรงใต้ถนนคอนกรีตและซ่อมบำรุงเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนและแก้ไขปัญหาระยะยาว

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวถึง กรณีเหตุถนนแจ้งวัฒนะทรุดตัว ในพื้นที่ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ส่งผลให้มีการปิดเบี่ยงการจราจรจำนวน 1 ช่องทาง ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง ซึ่งกรมทางหลวงขออภัยในความไม่สะดวกในการเดินทางของประชนเป็นอย่างยิ่ง กรมทางหลวงได้รับทราบและสั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบ หาสาเหตุ พร้อมซ่อมแซมเพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรได้อย่างสะดวกและปลอดภัยโดยเร็ว สำหรับเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในวันนี้ (10 พฤษภาคม 2567) เวลา 14.30 น. บนทางหลวงหมายเลข 304 หรือถนนแจ้งวัฒนะ บริเวณ กม.ที่ 5+600 (ด้านขวาทาง) ในพื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยได้สั่งการให้ นายศุภโชค มีอำพล ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 13 (กรุงเทพ) นายทวีศักดิ์ รุจิจรรยาวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักก่อสร้างสะพาน นายชัยวิทย์ ศิริตันตยาภรณ์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงนนทบุรี พร้อมด้วยทีมวิศวกรกรมทางหลวง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่า จุดเกิดเหตุเป็นถนนผิวจราจรชนิดคอนกรีตทรุดตัวเป็นหลุมที่มีขนาดความกว้าง 40 เซนติเมตร ความยาว 90 เซนติเมตร และความลึก 80 เซนติเมตร มีลักษณะการยุบตัวแบบเฉพาะจุด โดยแขวงทางหลวงนนทบุรี และศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่3 (ปทุมธานี) ได้ร่วมกันดำเนินการซ่อมแซมโดยการใช้วัสดุทดแทนที่ได้มาตรฐานอุดในพื้นที่ที่เกิดการยุบตัว พร้อมเทปิดทับด้วยปูนเกร้าท์ซีเมนต์ โดยระหว่างรอปูนแข็งตัว ปิดทับด้วยแผ่นเหล็กเพื่อเปิดการจราจร ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ คาดว่าจะสามารถเปิดรถวิ่งเป็นปกติทุกช่องจราจรในเวลา 20.00 น.      อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้สั่งการและเน้นย้ำให้สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวงทั่วประเทศดำเนินการสำรวจและรายงานจุดเสี่ยงที่อาจเกิดการทรุดตัวบนทางหลวง เพื่อดำเนินการบริหารจัดการและดำเนินการซ่อมบำรุงทางหลวงทุกสายทางทั่วประเทศให้มีความแข็งแรงและปลอดภัย มาโดยตลอด สำหรับแนวทางการป้องกันการทรุดตัวของถนน กรมทางหลวงจะดำเนินการ สำรวจ Ground Penetration Radar ในทุกพื้นที่ โดยเริ่มจากพื้นที่ที่มีความเสี่ยงของการเกิดโพรงใต้ดินเป็นอันดับแรก      ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นเส้นทางหรือโครงการก่อสร้างที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ใช้เส้นทาง สามารถแจ้งรายละเอียดได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 โทรฟรี 24 ชั่วโมง (ชม.)
title
กรมทางหลวง ดำเนินโครงการก่อสร้างสายแยกทางหลวงหมายเลข 4 – ด่านสะเดาแห่งที่ 2 ตอน 2 (คู่ขนานมอเตอร์เวย์ M84 หาดใหญ่ - สะเดา) จ.สงขลา แล้วเสร็จ เพื่ออำนวยความสะดวกรวดเร็วและปลอดภัยให้กับผู้ใช้ทาง

กรมทางหลวง ดำเนินโครงการก่อสร้างสายแยกทางหลวงหมายเลข 4 – ด่านสะเดาแห่งที่ 2 ตอน 2 (คู่ขนานมอเตอร์เวย์ M84 หาดใหญ่ - สะเดา) จ.สงขลา แล้วเสร็จ เพื่ออำนวยความสะดวกรวดเร็วและปลอดภัยให้กับผู้ใช้ทาง   กรมทางหลวง โดยสำนักก่อสร้างทางที่ 1 ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างสายแยกทางหลวงหมายเลข 4 – ด่านสะเดาแห่งที่ 2 ตอน 2 ระหว่าง กม.61+200 - กม.62+596 ระยะทาง 1.369 กิโลเมตร ในพื้นที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา แล้วเสร็จเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งโครงการมีลักษณะเป็นการก่อสร้างทางหลวงมาตรฐานชั้นทางพิเศษขนาด 4 ช่องจราจร (ไปกลับข้างละ 2 ช่องจราจร) เป็นคันทางคู่ขนานและเป็นถนน สายหลัก ช่องจราจรกว้างช่องละ 3.5 เมตร ผิวทางแบบคอนกรีต (Concrete Pavement) พร้อมทั้งสะพานก่อสร้างใหม่ 4 แห่ง และติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง อุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยตามมาตรฐานกรมทางหลวง โดยโครงการดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นโครงการฯ ที่ กม.57+100 ของมอเตอร์เวย์สาย 84 (กม.0+000) ซึ่งต่อกับโครงการฯ มอเตอร์เวย์สาย 84 ที่แยกทางหลวงหมายเลข 4 จุดสิ้นสุดโครงการฯ ที่ กม.62+596 ของมอเตอร์เวย์สาย 84 (กม.5+496) เชื่อมต่อกับด่านศุลกากรสะเดาแห่งที่ 2   ทั้งนี้ เนื่องจากด่านชายแดนสะเดาเป็นด่านศุลกากรทางบกที่ติดต่อกับด่านบูกิตกายูฮิตัม ของรัฐเคตะห์ ประเทศมาเลเซีย เป็นด่านที่มีปริมาณการค้ามากที่สุดในประเทศไทย มีจำนวนยานพาหนะผ่านแดนจำนวนมาก ส่งผลให้ปริมาณการจราจรติดขัดบริเวณหน้าด่าน กรมศุลกากรจึงได้พัฒนาด่านศุลกากรสะเดาแห่งที่ 2 เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการบริการนำเข้าและส่งออก สนับสนุนศักยภาพทางด้านการแข่งขันของประเทศ ดังนั้นการพัฒนาโครงการสร้างพื้นฐานทางถนน ในการใช้เป็นเส้นทางหลักในการเข้า – ออกด่านศุลกากรสะเดาแห่งที่ 2 จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะช่วยให้การคมนาคมขนส่งมีความสะดวกรวดเร็วและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด   สำหรับโครงการก่อสร้างสายแยกทางหลวงหมายเลข 4 – ด่านสะเดาแห่งที่ 2 ได้แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 2 ตอน ได้แก่ ตอน 1 กม.57+100 - กม.61+200 และ ตอน 2 กม.61+200 - กม.62+596 โดยได้ก่อสร้างแล้วเสร็จทั้ง 2 ตอน ซึ่งจะช่วยให้การคมนาคมและการขนส่งมีความรวดเร็ว เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและส่งเสริมนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดสงขลา สนับสนุนศักยภาพทางด้านการแข่งขันของประเทศ รวมทั้ง การพัฒนาโครงข่ายทางหลวงเชื่อมโยงระบบขนส่งกับประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย             9 พฤษภาคม 2567 ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กรมทางหลวง