Close
title
f
title
แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 1
Chiangmai 1 Highways District
วิสัยทัศน์ : มุ่งมั่นพัฒนาองค์กรให้ก้าวทันกับความต้องการของผู้ใช้ถนน ทั้งความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ความพึงพอใจ ตามหลักวิศวกรรม
 
ข่าวสารทางหลวง
title
กรมทางหลวงรับรางวัล Prime Minister Road Safety Awards จากท่านนายกรัฐมนตรีด้านถนนปลอดภัยต่อเนื่องปีที่ 3

กรมทางหลวงรับรางวัล Prime Minister Road Safety Awards จากท่านนายกรัฐมนตรีด้านถนนปลอดภัยต่อเนื่องปีที่ 3   วันนี้ (25 พฤษภาคม 2565) นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง และนายพรเทพ พรหมสุวรรณ์ หัวหน้างานอำนวยความปลอดภัย แขวงทางหลวงสุราษฎร์ธานีที่ 3 (เวียงสระ)  เข้ารับรางวัล Prime Minister Road Safety Awards  ด้านถนนปลอดภัยจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  จากงานสัมมนาวิชาการระดับชาติ เรื่องความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 15 "ทศวรรษใหม่ วิถีใหม่ ขับขี่ปลอดภัยต้องมาก่อน" New decade, New normal, Safe driving is priority  ซึ่งจัดขึ้นโดยศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ภาคีเครือข่ายการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน ณ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา  ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร   ในการนี้ นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เป็นผู้แทนกรมทางหลวงรับรางวัล Prime Minister Road Safety Awards ด้านถนนปลอดภัยต่อเนื่องเป็นปีที่ 3  และนายพรเทพ พรหมสุวรรณ์ หัวหน้างานอำนวยความปลอดภัย แขวงทางหลวงสุราษฎร์ธานีที่ 3 (เวียงสระ) ได้รับรางวัลจากการส่งผลงานคัดเลือกในหัวข้อ “การดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน” โดยกรมทางหลวงมุ่งหวังเพื่อให้เกิดกลไกการบริหารจัดการความเสี่ยงทางกายภาพถนนระดับพื้นที่และระดับจังหวัดแบบมีส่วนร่วมระหว่างหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านถนนกับพหุภาคีเครือข่ายและชุมชนทั้งในเชิงป้องกัน (Road Safety Audit) และเชิงแก้ไข รวมทั้งสามารถแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยง/จุดอันตรายแบบเบื้องต้นได้สำเร็จโดยใช้งบบำรุงปกติและใช้เวลาอันสั้น พร้อมผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาแบบถาวร สามารถช่วยแก้ไขปัญหาการเกิดอุบัติเหตุลงได้ ลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ---------------------- สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ Website : www.doh.go.th Facebook : @departmentofhighway Twitter : @prdoh1
title
ทล.เตือนภัยระวังมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเป็นเจ้าหน้าที่กรมทางหลวง ย้ำจ่ายค่าผ่านทางช่องทางที่กำหนดเท่านั้น

กรมทางหลวง ขอแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมทางหลวง ดำเนินการเรียกเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้นและเตือนอย่าหลงเชื่อโอนเข้าบัญชีส่วนบุคคลให้กลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าว   ในกรณีที่เกี่ยวกับการขอโต้แย้งของประชาชน และแจ้งรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (M-Flow) กรมทางหลวงจะให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับเท่านั้น จึงขอแจ้งให้ประชาชนโปรดระมัดระวัง ไม่หลงเชื่อคำแอบอ้างดังกล่าว แนะนำให้ชำระผ่านช่องทางที่กรมทางหลวงได้กำหนดไว้ เช่นช่องทางออนไลน์ ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถชำระผ่านทางเว็บไซต์หรือโมบายแอพพลิเคชั่น ของ M – Flow ด้วยบัตรเครดิตหรือเดบิต หรือชำระผ่านทางระบบบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดผ่านทางตู้ ATM, เคาน์เตอร์ธนาคาร, เคาน์เตอร์เซอร์วิส (7 – 11) หรือชำระผ่าน Mobile Banking ได้ทุกธนาคารเพื่อความปลอดภัย ลดการแพร่ระบาดการติดเชื้อโควิด – 19  และให้ประชาชนตรวจสอบชื่อบัญชีก่อนทำการชำระโดยชื่อบัญชีจะต้องไม่เป็นชื่อบัญชีส่วนบุคคล   ทั้งนี้ กลุ่มมิจฉาชีพจะพัฒนารูปแบบการหลอกลวงโดยแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือจากหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งมักหลอกถามข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด เบอร์โทรศัพท์ หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขหลังบัตรประชาชน ฯลฯ หรือหลอกให้โอนเงินไปยังบัญชีส่วนบุคคลของมิจฉาชีพ  ขอให้ประชาชนโปรดระมัดระวังตัว อย่าหลงเชื่อโดยง่าย หากไม่แน่ใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงหรือไม่แนะนำให้โทรสอบถามไปยังหน่วยงานนั้นๆ โดยตรง  กรมทางหลวงขอความร่วมมือประชาชนหากพบเห็นบุคคลต้องสงสัย หรือพบมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมทางหลวง โปรดแจ้งสายด่วนกรมทางหลวง โทร. 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)
title
กรมทางหลวงเร่งสำรวจออกแบบโครงข่ายสนับสนุนการท่องเที่ยวตามแนวชายฝั่งทะเลภาคใต้ด้านตะวันตกบน ทล. 4 สาย อ.กะเปอร์ – อ.สุขสำราญ จ.ระนอง รองรับการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน

กรมทางหลวงเร่งสำรวจออกแบบโครงข่ายสนับสนุนการท่องเที่ยวตามแนวชายฝั่งทะเลภาคใต้ด้านตะวันตกบน ทล. 4 สาย อ.กะเปอร์ – อ.สุขสำราญ จ.ระนอง รองรับการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ตามที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มอบนโยบายผลักดันให้กรมทางหลวงเร่งดำเนินโครงการสำรวจและออกแบบเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมทุกมิติ ยกระดับถนนด้านความปลอดภัยและเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคม อีกทั้งยังขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมเร่งรัดให้กรมทางหลวงดำเนินโครงการสำรวจและออกแบบโครงข่ายสนับสนุนการท่องเที่ยวตามแนวชายฝั่งทะเลภาคใต้ด้านตะวันตกบนทางหลวงหมายเลข 4 สาย อ.กะเปอร์ – อ.สุขสำราญ  กรมทางหลวง  โดยสำนักสำรวจและออกแบบขานรับนโยบายดังกล่าวจึงเร่งดำเนินโครงการสำรวจและออกแบบเพื่อขยายทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ให้มีขนาด 4 ช่องจราจร  เนื่องจากสภาพเส้นทางเดิมเป็นทางลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีตขนาด 2 ช่องจราจร พื้นที่เป็นที่ราบสลับลูกเนินทำให้การเดินทางและการขนส่งสินค้าไม่ได้รับความสะดวก กรมทางหลวงได้เล็งเห็นความสำคัญจึงดำเนินโครงการดังกล่าว โดยมีจุดเริ่มต้นที่ กม. 648+000   พื้นที่ ต.กะเปอร์ อ.กะเปอร์ จ.ระนอง แนวเส้นทางจะผ่านโรงพยาบาลกะเปอร์  ทางแยกทางหลวงหมายเลข 4130 ไป บ.บ้านนา และตัดผ่านชุมชน บ.ชาคลี และ บ.บางมัน จนกระทั่งสิ้นสุดโครงการที่ กม. 673+800 (บริเวณบ้านบางมัน) อยู่ในพื้นที่ ต.นาคา อ.สุขสำราญ จ.ระนอง  โดยใช้วงเงินงบประมาณในการก่อสร้างโครงการ  1,930 ล้านบาท  ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดเตรียมรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)  เพื่อจัดส่งให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณาต่อไป คาดว่าเริ่มดำเนินการได้ในปีงบประมาณ 2568 โดยใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี มีรายละเอียดงานดังนี้  สำหรับรูปแบบโครงการได้ออกแบบรูปตัดทางหลวงหลายรูปแบบแตกต่างกันไปตามสภาพภูมิประเทศมี 3 ลักษณะ คือ      รูปแบบโดยทั่วไปบริเวณพื้นที่ราบและลูกเนิน ดำเนินการออกแบบดังนี้   -  ออกแบบขนาด 4 ช่องจราจร (ไป - กลับทิศทางละ 2 ช่องจราจร)  มีเกาะกลางแบบแท่งแบริเออร์(Median Barrier) ความกว้างช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50  เมตร ไหล่ทางด้านในกว้าง 1.20 เมตร  เกาะกลางแบบแท่งคอนกรีตกว้าง 3 เมตร    บริเวณพื้นที่ผ่านย่านชุมชน ออกแบบเป็นทางขนาด 8 ช่องจราจร ดังนี้     2.1 บริเวณพื้นที่ บ.บางหิน ออกแบบขนาด 8 ช่องจราจร มีขนาดช่องจราจรสายหลักจำนวน 4 ช่องจราจร (ไป - กลับ ทิศทางละ 2 ช่องจราจร)  เกาะกลางแบบแท่งแบริเออร์ (Median Barrier) และเกาะยก (Raised Median)  /ปูด้วยพื้นคอนกรีตพิมพ์ลาย (Stamped Concrete) กว้างช่องละ 3.50 เมตร  ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร ด้านในกว้าง 1.50 เมตร ช่องจราจรทางขนานข้างละ 2 ช่องจราจร กว้างช่องละ 3 เมตร เกาะกลางแบบแท่งแบริเออร์ (Median Barrier) หรือเกาะกลางแบบยก (Raised Median) กว้าง 3 เมตร มีการก่อสร้างรางระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กด้านซ้ายทางกว้าง 3 เมตร   2.2 บริเวณพื้นที่ย่านชุมชน อ.กะเปอร์ และ บ.บางมัน ได้ออกแบบทางหลวงย่านชุมชนขนาด 8 ช่องจราจร มีขนาดช่องจราจรสายหลัก 4 ช่องจราจร (ไป - กลับ ทิศทางละ  2 ช่องจราจร)  กว้างช่องละ 3.50 เมตร   ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร ด้านในกว้าง 1.50 เมตร ช่องจราจรทางขนานข้างละ 2 ช่องจราจร กว้างช่องละ 3เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2 เมตร ด้านในกว้าง 0.50 เมตร มีเกาะกลางแบบแท่งแบริเออร์ (Median Barrier)  และแบบเกาะกลางแบบยก (Raised Median) กว้าง 3 เมตร และทางเท้ากว้าง 3.50 เมตร พร้อมระบบระบายน้ำและระบบสาธารณูปโภคสองข้างทางหลวง 3. แนวเส้นทางโครงการช่วงตัดผ่านพื้นที่ภูเขาชาคลี รูปตัดทางหลวงจะเป็นทางหลวงขนาด 4 ช่องจราจร (ไป - กลับ ทิศทางละ  2 ช่องจราจร)  ความกว้างช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50  เมตร  ไหล่ทางด้านในกว้าง 1.20  เมตร  เกาะกลางแบบแท่งแบริเออร์ (Median Barrier) กว้าง 3 เมตร และมีช่องจราจรสำหรับรถบรรทุก (Climbing Lane)  1 ช่องจราจร ความกว้าง 3.50 เมตร โดยรูปแบบจะมีทั้งการขยายทางหลวงเข้าไปทางด้านภูเขาซึ่งอยู่ขวาทางและรูปแบบที่มีการตัดภูเขาเพื่อปรับความลาดชันของถนนและช่วงที่ต้องปรับแก้โค้งราบให้มีความปลอดภัย  ทั้งนี้ เส้นทางโครงการมีบางช่วงที่ตัดผ่านย่านชุมชนและทางหลวงท้องถิ่น จึงได้ออกแบบจัดการจราจร ดังนี้ - รูปแบบที่ 1 รูปแบบสะพานทางลอดกลับรถ (Bridge for Underpass)  จำนวน 9 แห่ง  โดยรูปแบบนี้เป็นการก่อสร้างสะพานบกบนทางหลวงโครงการให้ถนนท้องถิ่นลอดผ่านและกลับรถ ออกแบบให้มีความสูงเพียงพอที่รถประเภทต่างๆ สามารถลอดผ่านได้ เพื่อให้ประชาชนใช้งานได้สะดวกและปลอดภัย - รูปแบบที่ 2 รูปแบบจุดกลับรถใต้สะพานข้ามคลอง จำนวน  13 แห่ง  โดยรูปแบบนี้จะเป็นการก่อสร้างจุดกลับรถใต้สะพานข้ามคลอง ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนในท้องถิ่นใช้ระบบกลับรถในโครงการให้มีความปลอดภัยขึ้น ทั้งนี้ เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะช่วยยกระดับโครงข่ายทางหลวงสนับสนุนการท่องเที่ยวตามแนวชายฝั่งทะเลภาคใต้ด้านตะวันตก รองรับการเดินทางและภาคขนส่งในพื้นที่ภาคใต้ อันเป็นฟันเฟืองสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 และแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (พ.ศ. 2566 – พ.ศ. 2570) รวมทั้งสอดคล้องกับการพัฒนาพื้นที่จังหวัดระนองตามแนวทางการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน (Southern Economic Dorridor : SEC) และความเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (แลนด์บริดจ์หรือสะพานระเบียงเศรษฐกิจ) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภูมิภาคและประเทศให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ----------------------------- สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ Website : www.doh.go.th Facebook : @departmentofhighway Twitter : @prdoh1 ------------------------------ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม กรมทางหลวง วันที่ 18 พฤษภาคม 2565